หนึ่งในคำถามที่เจ้าของธุรกิจถามบ่อยที่สุดคือ “ทำ Web App ต้องเสียค่าอะไรบ้าง?”

หลายคนกลัวว่า จะมีค่าใช้จ่ายแฝงที่ควบคุมไม่ได้

“กลัวทำเสร็จแล้ว ต้องจ่ายรายเดือนแพง ๆ”

บทความนี้จะอธิบายให้เห็นภาพตรงไปตรงมา ไม่มีซ่อน ไม่มีคำเทคนิค

🧠 ค่าใช้จ่ายของ Web App แบ่งเป็นกี่ส่วน

โดยทั่วไป ค่าใช้จ่ายของ Web App แบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก

  1. Domain (ชื่อเว็บไซต์)
  2. Hosting / Server
  3. ค่าพัฒนาระบบ
  4. ค่าดูแลและบำรุงรักษา

🌐 1. Domain – ค่าใช้จ่ายเล็ก แต่ขาดไม่ได้

Domain คือชื่อเว็บไซต์ของคุณ เช่น yourcompany.com

  • จ่ายรายปี
  • ราคาหลักร้อย – พันต้น ๆ ต่อปี
  • เป็นทรัพย์สินของธุรกิจ
Domain เปรียบเหมือน “ชื่อบริษัทบนอินเทอร์เน็ต”

☁️ 2. Hosting / Server – ที่อยู่ของระบบ

Hosting คือเครื่องที่ใช้รัน Web App และเก็บข้อมูลทั้งหมด

ค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับ:

  • จำนวนผู้ใช้งาน
  • ปริมาณข้อมูล
  • ความซับซ้อนของระบบ

โดยประมาณ:

  • ระบบเล็ก: หลักร้อย – หลักพัน/เดือน
  • ระบบองค์กร: หลักพัน – หลักหมื่น/เดือน

“Hosting ไม่จำเป็นต้องแพง แต่ต้องเหมาะกับการใช้งาน”

💻 3. ค่าพัฒนาระบบ (ค่าเขียน Web App)

เป็นค่าใช้จ่ายก้อนหลัก และจ่ายครั้งเดียว (หรือแบ่งตามงวด)

ราคาขึ้นกับ:

  • ขอบเขตงาน
  • ความซับซ้อน
  • จำนวนฟีเจอร์

ระบบเล็ก ๆ ที่แก้ปัญหาชัด มักเริ่มจากงบที่ควบคุมได้

🔧 4. ค่าดูแลและบำรุงรักษา

ระบบที่ใช้งานจริง ต้องมีการดูแล

  • อัปเดตความปลอดภัย
  • สำรองข้อมูล
  • แก้ไขบั๊ก
  • ช่วยเหลือผู้ใช้งาน

ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ มักเป็นรายเดือนหรือรายปี

เหมือนค่าดูแลรถ ไม่จำเป็นต้องแพง แต่ควรมี

📊 สรุปค่าใช้จ่ายแบบเห็นภาพ

รายการ รูปแบบค่าใช้จ่าย
Domain รายปี
Hosting / Server รายเดือน
ค่าพัฒนาระบบ จ่ายครั้งเดียว / แบ่งงวด
ค่าดูแลระบบ รายเดือน / รายปี

🤝 มุมมองของ PY Coding Studio

เราเชื่อว่า ลูกค้าที่เข้าใจค่าใช้จ่ายตั้งแต่ต้น

จะสามารถ:

  • วางแผนงบได้
  • ไม่กังวลระหว่างทาง
  • ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ

อยากรู้ค่าใช้จ่ายคร่าว ๆ ของระบบคุณ?

เราสามารถช่วยประเมินงบประมาณ จากความต้องการจริงของธุรกิจคุณ

ปรึกษาฟรีกับ PY Coding Studio